วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สินค้าพรีเมี่ยม: กระแส "3G-ไอที-รถคันแรก" ดันยอด "สินค้าพรีเมี่ยม" พุ่ง



ประกอบการสินค้าพรีเมี่ยมไทยหลาย ๆ ท่าน นอกจากดีไซน์ และรักษางบประมาณแล้ว การรักษาลูกค้าให้อยู่หมัดยังเป็นเรื่องของการมีคอนเน็กชั่น การตรงตามเวลา และเรื่องคุณภาพ ประชาชาติธุรกิจ นิวบิซ จะนำเสนอแง่มุมจากกรณีตัวอย่างจากบริษัท ไทยเฟรม แอนด์ เอ็กเซสเซอรี่ จำกัด มาเผยให้ฟัง

โออเอ็มสู่
พรีเมี่ยม (Premium) สร้างแบรนด์

จากโรงงานทำโลหะ ห่วง สัน หมุด ที่ใช้ประกอบในกระเป๋าแฟชั่นมานานกว่า 30 ปี นางสาวเรณา เอื้ออัครวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยเฟรม แอนด์ เอ็กเซสเซอรี่ จำกัด จึงเริ่มพัฒนาสินค้า โลหะ เป็น
สินค้าพรีเมี่ยมเปิดตัวในงาน Thailand Gift & Premium ปี 2546 ได้ออร์เดอร์จากลูกค้าญี่ปุ่น ออสเตรเลียเมื่อความต้องการหลากหลายมากขึ้น จึงลงทุนโรงงานสำหรับงานหนังอีก 1 ล้านบาท สามารถผลิตสินค้าที่เป็นหนังได้ 1 ล้านชิ้น/ปี งานโลหะได้ 4 ล้านชิ้น/ปี

ผลิตได้ครบวงจรมากขึ้น จึงสร้างแบรนด์ Humunkels ขึ้นมาเป็นสินค้าเครื่องใช้สำนักงาน พวงกุญแจ และรับงานผลิต
สินค้าพรีเมี่ยม

ปัจจุบันสัดส่วนของงานโลหะ (ชิ้นส่วนต่าง ๆ) อยู่ราว 60% หรือราว ๆ 40 ล้านบาท
สินค้าพรีเมี่ยม 20% หรือประมาณ 20 ล้านบาท และสินค้าภายใต้แบรนด์ Humunkels อีก 20%

ปัจจุบันสินค้าแบรนด์ Humunkels อยู่ที่ร้าน Loft 3 สาขา คือ ที่สยามดิสคัฟเวอรี่, จามจุรีสแควร์ และพาราไดซ์ พาร์ค และที่ Show Room ของออฟฟิศที่คลองสาน และเตรียมวางจำหน่ายในเดอะมอลล์

โตตามรถคันแรก

แม้อัตราการเติบโตของ
สินค้าพรีเมี่ยมของบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี อีกทั้งลูกค้ากลุ่มองค์กรยังต้องการลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง เช่น การปรับเปลี่ยนวัตถุดิบที่มีราคาต่ำกว่า เช่นจากหนังแท้เป็นหนังเทียม เป็นต้น
สินค้าพรีเมี่ยมกลับโตในตลาดของตกแต่งรถยนต์ เช่นปี 2555 ที่ผ่านมา นโยบายรถคันแรกทำให้บริษัทรถยนต์ต่าง ๆ หรือค่ายแต่งรถมียอดขายเพิ่มขึ้น สินค้าสมนาคุณที่ เช่น พวงกุญแจหนัง ทำรายได้ให้ทางบริษัทเพิ่มขึ้น 30% เฉลี่ย 10,000 ชิ้น/เดือน ซึ่งในปีนี้สินค้าพรีเมี่ยมจากกลุ่มบริษัทรถก็ยังมีต่อเนื่อง เช่น การฉลองยอดขายครบตามยอด หรือฉลองสาขาที่ทำยอดขายสูงสุด

และในปีนี้ มองว่าเป็นยุคของ 3G และสินค้าไอทีต่าง ๆ ดังนั้น ในงานแสดงสินค้าของขวัญของชำร่วยปีนี้ ทางบริษัทมีแผนที่จะออกแบบสินค้าที่ช่วยส่งเสริมไปในทางสินค้าไอที เช่น กระเป๋าใส่ไอแพด
Power bank, Flash drive ซองใส่อุปกรณ์ต่าง ๆ โดยตั้งเป้าว่าจะได้กลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ให้บริการต่าง ๆ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมียอดสินค้าในกลุ่มพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30%

ปรับรับลูกค้า

แม้ลูกค้าโดยหลักจะเป็นลูกค้าเก่ากว่า 85% และได้ลูกค้าใหม่จากการออกงานแฟร์ 10% ต่อปี ลูกค้าที่ตามมาจากการได้ของแจก 5% ต่อปี แต่ลักษณะการสั่งสินค้าจะเป็นการหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ เช่น บางปีลูกค้าต้องการสินค้าที่เป็นแบรนด์เลย แต่ต้องการแพ็กเกจจิ้งของเราก็มี หรือบางปีต้องการสินค้าของเราโดยตรงเลย แต่ออกแบบใหม่ เป็นวัตถุดิบใหม่ เช่น โลหะ หนัง มุก แต่เป็นตราสินค้าของลูกค้า เป็นต้น ซึ่งหากเราสามารถดีลกับแบรนด์ได้เลยโดยลูกค้าไม่ต้องไปดีลเพิ่ม ก็จะทำให้ลูกค้าเชื่อใจเรามากขึ้น รวมถึงการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งเรามีการคลัสเตอร์กับผู้ผลิตสินค้าแนวอื่นที่สามารถเข้ามาผสมกับผลิตภัณฑ์เรา เช่น ปากกา หอยมุก สมุดโน้ต ก็จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ ก็เป็นเหมือนการเพิ่มตัวเลือกให้แก่ลูกค้าไม่ไปไหน

หลักการสำคัญในการรักษาลูกค้าของผู้ประกอบการ
สินค้าพรีเมี่ยม คือ ต้องตรงเวลา คุณภาพต้องได้ เพราะช่วงเวลาในการใช้สอยจะเน้นช่วงปลายปี-ต้นปี การรับงานจึงเป็นการรับล่วงหน้า 3 เดือน โดยงาน Thailand Gift & Premium Fair จะจัดช่วงกรกฎาคมของทุกปี เพื่อให้ช่วงการผลิตเสร็จช่วงปลายปีพอดี
ที่มา: www.prachachat.net 
ไม่ว่าจะเป็น Flash drive, Power bank และอื่นๆอีกมากมาย 
ติดต่อได้ที่บริษัท : ห้างหุ้นส่วนจำกัด อิสเทิน เวนิส
59/97 หมู่บ้านเดอะวอเตอร์เฮาส์ หลักสอง บางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรศัพท์ 02-404-0650 เบอร์โทรสาร 02-404-0650
เว็บไซต์ http://www.easterm-venice.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น