วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

สินค้าพรีเมี่ยม: สินค้าพรีเมี่ยมที่นิยม

 
ปากกา  ปากกาพรีเมี่ยม เป็นพรีเมี่ยม (Premium) ของแจกที่นิยมใช้มากในการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาด-ส่งเสริมการขาย โฆษณา-ประชาสัมพันธ์สินค้า  เพื่อกระตุ้นยอดขาย เนื่องด้วยปากกาเป็นสินค้าราคาต่ำ ไม่สูงมาก ปากกาพรีเมี่ยมที่มีโลโก้ ชื่อแบรนด์ อยู่บนปากกา สามารถแจกให้กับกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดได้หลากหลายกลุ่มและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ใช้ปากกาเขียนงานในชิวิตประจำวันได้และจดจำตรา ชื่อสินค้าได้ตลอดอีกด้วย

เข็มกลัด  เข็มกลัดพรีเมี่ยม เป็นของพรีเมี่ยม (Premium) ใช้ประชาสัมพันธ์องค์กร โดยผลิตตามขนาดแบบโลโก้งานของลูกค้า ผลิตได้ทุกรูปแบบ  โดยเข็มกลัดส่วนใหญ่จะขนาดไม่ใหญ่มาก ใช้ติดหน้าอกเสื้อ เพื่อแสดงโลโก้ ชื่อ แบรนด์ ต่างๆ

ป้ายชื่อ  ป้ายชื่อพรีเมี่ยม เป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่ต้องแสดงโลโก้, ชื่อ, องค์กร ลงในป้ายชื่อ เพื่อให้เจ้าหน้า พนักงานติดไว้ที่หน้าอกเสื้อ โดยป้ายชื่อยังสามารถภาพสร้างพจน์องค์กรที่ดี ในด้านความน่าเชื่อถือ เป็นระเบียบแบบแผน แสดงความเป็นมืออาชีพให้องค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆอีกด้วย

พวงกุญแจ  พวงกุญแจพรีเมี่ยม  เป็นของพรีเมี่ยม (Premium) ที่นิยมใช้มากเช่นกัน ใช้ในการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการขาย การโฆษณา การประชาสัมพันธ์องค์กร ชื่อ แบรนด์  สินค้า เพื่อกระตุ้นยอดขาย เนื่องด้วยพวงกุญแจ เป็นสินค้าที่ผู้บริดภคใช้พวงกุญแจติดใส่กระเป๋า กุญแจต่างๆได้ ประโยชน์ของพวงกุญแจนอกจากได้ถูกพกพาไปไหนต่อไหนแล้วยังสามารถออกแบบดีไซน์ให้โดดเด่น เป็นที่สนใจของผู้คนและได้โฆษณา ประชาสัมพันธ์ได้ดีอีกด้วย

ที่รองแก้ว  ที่รองแก้วพรีเมี่ยม  เป็นสินค้าพรีเมี่ยมที่ใช้ประโยชน์ได้ตลอด คือใช้รองแก้วน้ำ แก้วกาแฟ ส่วนใหญ่ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม ที่รองแก้วมักใช้วางเพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ โลโก้ ตราร้าน ให้รู้สึกอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้ง


ม่านบังแดด  ม่านบังแดด เป็นพรีเมี่ยม (Premium) ที่ใช้งานเฉพาะคือ ใช้ปิดกระจกในรถเพื่อป้องกันความร้อนจากแสงแดดภายนอก ม่านบังแดดมีเนื้อผ้า 3 ชนิด คือ
1.ผ้าไวเทค-ดูปองค์   มีคุณสมบัติสวยงาม ยืดหยุ่นได้ดี รองรับงานพิมพ์ 4 สีอ็อฟเซ็ท ราคาสูง
2.ผ้าซิลเว่อร์โค๊ต  มีคุณสมบัติกันแสงยูวีได้ดี
3.ผ้าสปันสบอน  มีราคาค่อนข้างถูกกว่าผ้าตัวอื่น สำหรับงบประมาณมีจำกัด
ส่วนใหญ่กลุ่มลูกค้าที่ใช้เกี่ยวกับรถยนต์ เช่น  โรงงานผลิตรถยนต์
,โชว์รูมขายรถยนต์, กลุ่มคนรักรถยนต์

ที่มา pratubjai-premium
 ไม่ว่าจะเป็น Flash drive, Power bank และอื่นๆอีกมากมาย 
ติดต่อได้ที่
บริษัท : ห้างหุ้นส่วนจำกัด อิสเทิน เวนิส
59/97 หมู่บ้านเดอะวอเตอร์เฮาส์ หลักสอง บางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรศัพท์ 02-404-0650 เบอร์โทรสาร 02-404-0650
เว็บไซต์ http://www.easterm-venice.com
 

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

สินค้าพรีเมี่ยม: ทำไมต้องแจก "ของพรีเมี่ยม" เพื่อส่งเสริมการตลาดการขาย

เป้าหมายสำคัญในการจัดทำ การส่งเสริมการขายนั้น ก็เพื่อกระตุ้นยอดขายของกิจการ ตลอดจนการแนะนำสินค้าหรือบริการไปสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อตอบสนองความต้องการซื้อสินค้าและบริการของลูกค้าและเพื่อความพึงพอใจสูงสุดในการบริโภคหรืออุปโภคสินค้าและบริการของกิจการนั้นๆ
การสร้างเครือข่ายความเป็นไปได้ ในการเลือกบริโภคหรืออุปโภคสินค้าและบริการนั้นอย่างต่อเนื่องของลูกค้านั้น ต้องประกอบกับการแนะนำสินค้าหรือการแนะนำ แสดงชื่อ โลโก้ แบรนด์ โดยอาศัยช่องทางการทำโฆษณา,ประชาสัมพันธ์ การแจกของที่ระลึก ของพรีเมี่ยม แบบปากต่อปากหรือเพื่อนสู่เพื่อนต่อไป เป็นการตอกย้ำแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ หรือชื่อโลโก้สินค้า และถ้าจะให้ผมสรุป
"การส่งเสริมการขาย คือ การสนับสนุนการเพิ่มยอดขาย การสร้างกลุ่มลูกค้าถาวร การเข้าถึงลูกค้า และการสร้างภาพพจน์ที่ดีของกิจการ " นั่นเอง


สินค้าพรีเมี่ยม คือ ของแจก ,ของที่ระลึก ,ของขวัญ ,ใช้แจก,มอบตามเทศกาลต่างๆ หรือของใช้ ในการทำโปรโมชั่น เพื่อส่งเสริมการตลาด ,ส่งเสริมการขาย ,กระตุ้นยอดขาย ,โฆษณา,ประชาสัมพันธ์สินค้า สินค้าพรีเมี่ยมที่ผลิต, สั่งทำตามแบบ โลโก้ของลูกค้า ตัวสินค้าจะเป็นรูปแบบเฉพาะหรือมีโลโก้ลงไปบนสินค้าตามแบบของลูกค้าเท่านั้น สินค้าที่ผลิตตามออกมาแล้วจะไม่มีที่ไหนเหมือน เป็นการระบุชื่อ,โลโก้,แบรนด์ เฉพาะเจาะจงเพื่อให้ลูกค้าจดจำตราสินค้านั่นเอง
สินค้าพรีเมี่ยมที่นิยมใช้กันมาก เช่น ปากกา, ดินสอ, ข็มกลัด, สายคล้องคอ, พวงกุญแจ, กระดาษโน๊ต, สมุดโน๊ต, ถุงผ้า, ถุงกระดาษ, ทรัมไดร์ , หมวก, Flash drive, Power bank, พรีเมี่ยมอื่นฯลฯ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก มิสเตอร์ประทับใจ
 
 ไม่ว่าจะเป็น Flash drive, Power bank และอื่นๆอีกมากมาย 
ติดต่อได้ที่
บริษัท : ห้างหุ้นส่วนจำกัด อิสเทิน เวนิส
59/97 หมู่บ้านเดอะวอเตอร์เฮาส์ หลักสอง บางแค กรุงเทพฯ 10160
เบอร์โทรศัพท์ 02-404-0650 เบอร์โทรสาร 02-404-0650
เว็บไซต์ http://www.easterm-venice.com
 

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

สินค้าพรีเมี่ยม: เทคนิคการพิมพ์ต่างๆ สำหรับสินค้าพรีเมี่ยม


ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่สั่งซื้อของพรีเมี่ยม หรือสินค้าพรีเมี่ยม ก็จะมีความต้องการที่จะพิมพ์โลโก้ของบริษัทตน หรือข้อความที่ต้องการโฆษณา ลงบนตัวสินค้า ดังนั้นบทความนี้จะทำให้คุณรู้จักวิธีการหรือเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้ในการพิมพ์งานต่างๆบนสินค้าพรีเมี่ยม

เทคนิคการพิมพ์ต่างๆ สำหรับสินค้าพรีเมี่ยม
ส่วนใหญ่แล้ว ลูกค้าที่สั่งซื้อของพรีเมี่ยม หรือสินค้าพรีเมี่ยม ก็จะมีความต้องการที่จะพิมพ์โลโก้ของบริษัทตน หรือข้อความที่ต้องการโฆษณา ลงบนตัวสินค้า ดังนั้นบทความนี้จะทำให้คุณรู้จักวิธีการหรือเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้ในการพิมพ์งานต่างๆบนสินค้าพรีเมี่ยม

Pad Printing

เป็นวิธีการพิมพ์ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับของพรีเมี่ยม เนื่องจากเหมาะกับพื้นผิว รูปทรงแบบต่างๆ (พื้นผิวไม่ว่าจะโค้ง เว้า นูน หรือไม่เรียบ เช่นลูกกอล์ฟ ก็สามารถพิมพ์ได้) โดยงานที่เราต้องการพิมพ์ (เช่นโลโก้บริษัท) จะถูกออกแบบและสร้าง (ใช้การกัดลาย) ไว้บนแม่พิมพ์ที่เป็น แผ่นโลหะ (เรียกว่า cliché) หมึกที่ถูกเทใส่แม่พิมพ์ จะถูกพิมพ์ลงพื้นผิวของวัสดุพิมพ์ โดยอาศัยลูกยางแพด ที่ทำจากซิลิโคน เนื่องจากลูกยางแพดมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถกดได้แนบแน่นเข้ากับพื้นผิวของวัสดุพิมพ์ นอกจากนี้ ลูกยางแพดยังมีหลายรูปทรง สามารถเลือกให้เหมาะสมกับรูปทรงทรงของวัสดุพิมพ์ได้ โดย Pad Printing นี้รองรับการพิมพ์ได้ถึง 4 สี

Silk Screen Printing (ซิลค์สกรีน)

เป็นวิธีการพิมพ์ที่ใช้กับวัสดุพิมพ์ที่มีพื้นผิวเรียบ ส่วนใหญ่จะพิมพ์บนวัสดุประเภทผ้าหรือไนลอน เช่น เสื้อ ร่ม เป็นต้น โดยงานที่เราต้องการพิมพ์ (เช่นโลโก้บริษัท) จะถูกสร้างบน แม่พิมพ์ ที่เรียกว่า แผ่นสกรีน ที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์ (สมัยก่อนใช้เส้นไยไหม) ขึงตรึงอยู่บนกรอบ สำหรับวิธีการที่จะนำตัวงานที่ถูกออกแบบไว้แล้วไปอยู่บนแผ่นสกรีน คือ
  1. พิมพ์งานที่ถูกออกแบบไว้แล้ว บนแผ่นฟิล์ม ให้ส่วนที่ต้องการพิมพ์ ทึบ (แสงผ่านไม่ได้)
  2. ทาแผ่นสกรีนด้วยสารที่ไวต่อแสง (emulsion)
  3. นำแผ่นฟิล์มที่เตรียมไว้แล้ว ไปวางทับบนแผ่นสกรีน แล้วใช้แสง UV ฉายไปบนแผ่นฟิล์ม เสร็จแล้วนำแผ่นสกรีนไปล้างน้ำ ส่วนที่แสงไม่โดนแสง UV ก็จะถูกน้ำล้างออก ซึ่งเป็นส่วนที่หมึกจะผ่านออกไปและพิมพ์ลงพื้นผิวของวัสดุพิมพ์
เมื่อแผ่นสกรีนถูกเตรียมเสร็จแล้ว ก็สามารถนำไปวางทับบนวัสดุพิมพ์ จากนั้น เทหมึกลงไปบนแผ่นสกรีน แล้วปาดหมึกไปตามแผ่นสกรีน ก็จะเป็นการพิมพ์ชิ้นงาน ซึ่งสามารถพิมพ์ได้ถึง 4 สี

Transfer printing (การพิมพ์ทางอ้อม)

เป็นวิธีการพิมพ์ที่เหมาะกับของพรีเมี่ยม ที่เป็นประเภทผ้า หรือร่ม โดยเฉพาะเมื่องานพิมพ์มีหลากหลายสี และรายละเอียดมาก และเทคนิคการพิมพ์นี้สามารถใช้ได้กับผ้าหยาบได้ โดยหลักการพิมพ์คือ จะพิมพ์งานที่ออกแบบไว้แล้วบนกระดาษ ซึ่งจะถูกนำไปทาบบนวัสดุพิมพ์ แล้วใช้ความร้อนและแรงกดทับ ทำให้หมึกที่อยู่บนกระดาษ พิมพ์ลงบนพื้นผิวของวัสดุพิมพ์

Embroidery printing (การพิมพ์แบบปัก)

การปักนั้น เหมาะกับสินค้าพรีเมี่ยมประเภทผ้า หมวก และกระเป๋า สำหรับค่าใช้จ่ายในการปักนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนฝีเข็มที่ใช้ และขนาดของโลโก้ (หรือข้อความอื่นๆ) สำหรับสีของชิ้นงานปักก็จะขึ้นอยู่กับสีของด้ายที่ใช้ โดยปกติจะสามารถรองรับได้สูงสุด 15 สี

Laser engraving (การสลักโดยใช้แสงเลเซอร์)

เหมาะกับของพรีเมี่ยมที่ใช้วัสดุที่เป็นโลหะ (แต่ก็สามารถใช้ อครีลิค หรือไม้ ได้เช่นเดียวกัน) โดยจะใช้แสงเลเซอร์ที่มีความร้อน ยิงไปยังพื้นผิวของวัสดุพิมพ์ เพื่อให้เกิดรอยขึ้นจนเป็นรูปตามงานที่ได้ออกแบบไว้ และการสลักโดยใช้แสงเลเซอร์ จะไม่สามารถกำหนดสีของชิ้นงานได้ ซึ่งสีจะขึ้นอยู่กับสีของวัสดุ หรือชั้นของวัสดุที่อยู่ลึกลงไปจากผิวหน้า

Embossing/Hot Stamp (การปั๊ม)

เหมาะกับของพรีเมี่ยมที่ใช้วัสดุที่เป็นหนัง (แต่หนังบางประเภทจะไม่สามารถใช้กับวิธีนี้ได้) โดยใช้แม่พิมพ์ที่ถูกออกแบบไว้กดทับลงบนวัสดุพิมพ์ ทำให้เกิดเป็นรอยตามที่ออกแบบไว้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคที่ใช้ความร้อนปั้มแแม่พิมพ์ลงบนแผ่นฟอล์ยและวัสดุพิมพ์ (Hot Stamp) เพื่อให้มีตัววัสดุพิมพ์ที่ถูกปั๊ม มีสีต่างๆ ตามสีของแผ่นฟอล์ย เช่น สีทอง สีเงิน เป็นต้น โดยเทคนิคนี้สามารถใช้กับวัสดุที่เป็นกระดาษได้ด้วย เช่นการ์ดเชิญต่างๆ
 ที่มา ckpremium.com

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

สินค้าพรีเมี่ยม: ทำความรู้จักเกี่ยวกับ ไฟล์ Artwork ที่เหมาะกับสินค้าพรีเมี่ยม

โลโก้บริษัท ข้อความ หรืองาน Artwork ต่างๆที่พิมพ์อยู่บนสินค้าพรีเมี่ยม มีความสำคัญเท่าเที่ยมกับตัวของสินค้าพรีเมี่ยมเลยทีเดียว งานพิมพ์ที่คมชัด และสวยงามสามารถช่วยส่่งเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทผู้แจกของพรีเมี่ยมได้ ซึ่งความคมชัดและสวยงานของงานพิมพ์ จะขึ้นกับไฟล์ Artwork ที่ทางบริษัทของลูกค้าส่งให้กับผู้จัดทำสินค้าพรีเมี่ยม ประเภทของไฟล์ Artwork ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานของพรีเมี่ยมคือ Vector

ไฟล์แบบ Vector ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการกราฟฟิค และการออกแบบ โดยเฉพาะการจัดทำสินค้าพรีเมี่ยม บทความนี้จะทำให้คุณเข้าใจว่า อะไรคือไฟล์ Artwork แบบ Vector มันสำคัญอย่างไร  และมันเกี่ยวข้องกับของพรีเมี่ยมอย่างไร

ไฟล์ Artwork แบบ Vector คืออะไรกันแน่

คำจำกัดความทางเทคนิคของไฟล์ Artwork แบบ Vector ฟังดูอาจจะค่อนข้างซับซ้อน นั่นคือไฟล์ Artwork ที่บรรจุด้วยงานกราฟฟิคต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยสูตรและหลักการคำนวณทาง คณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้งานกราฟฟิคนั้นๆ สามารถย่อ หรือขยายได้โดยที่ไม่ส่งผลต่อความคมชัด และคุณภาพของรูป ถ้าโลโก้บริษัทของคุณอยู่ในรูปแบบของไฟล์แบบ Vector คุณก็จะสามารถขยายรูปโลโก้ โดยได้รูปที่ถูกขยาย  เหมือนกับรูปต้นฉบับทุกประการบางคนเรียกไฟล์แบบ Vector ว่าไฟล์กราฟฟิคแบบวาด
เมื่อคุณสร้าง Artwork โดยใช้โปรแกรม Adobe Illustrator (หรือ Freehand หรือ CorelDraw)ไฟล์ Artwork ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะอยู่ในรูปแบบ Vector แต่ถ้าคุณใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะอยู่ในรูปแบบ Bitmap (เช่น .jpg ตรงข้ามกับ Vector)  นั่นคือ รูปที่เป็น Vector จะสามารถรักษาความคมชัดได้ ไม่ว่าจะขยายแค่ไหน ในขณะที่ รูปที่เป็น Bitmap จะดูเป็นเหลี่ยมเมื่อขนาดใหญ่ขึ้น

 รูปที่ 1 แสดงชนิดของไฟล์แบบ Vector ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

 รูปที่ 2 แสดงชนิดของไฟล์แบบ Vector อื่นๆ

ทำไมไฟล์แบบ Vector จึงจำเป็นสำหรับสินค้าพรีเมี่ยม

Artwork ที่ใช้สำหรับพิมพ์ลงบนสินค้าพรีเมี่ยม จำเป็นต้องใช้ไฟล์แบบ Vector เพื่อให้ได้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพสูง และเพื่อให้มั่นใจว่า โลโก้ หรือรูปของคุณ ยังคงคมชัดเหมือนเดิม ไม่ว่าจะย่อหรือขยายมากน้อยเพียงใด และการย่อ/ขยายรูปที่จะพิมพ์ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับงานพิมพ์บนสินค้าพรีเมี่ยม เนื่องจากของพรีเมี่ยม มีมากมายหลายประเภท หลายขนาด
ที่สำคัญงานพิมพ์คุณภาพต่ำ (โลโก้ไม่คมชัด แตกเป็นเหลี่ยมๆ) จะทำลายภาพลักษณ์ของคุณที่ผู้แจกสินค้าพรีเมี่ยม และ ถ้าคนที่ได้รับของพรีเมี่ยม ไม่รู้ว่าคุณพิมพ์รูปหรือข้อความอะไรบนตัวสินค้า การแจกของพรีเมี่ยมของคุณ ก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไร

ไม่มีไฟล์แบบ Vector ใช้ไฟล์แบบ Bitmap หรือไฟล์ JPEG แทนได้หรือไม่

ไฟล์แบบ Bitmap (.bmp), jpegs (.jpg) และพวกไฟล์ PDF โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถใช้กับสินค้าพรีเมี่ยมได้ เนื่องจากไฟล์จำพวกนี้ ไม่สามารถนำไปเปลี่ยนแปลง แก้ไข โดยไม่ส่งผลต่อคุณภาพของงานพิมพ์ เมื่อมีการย่อหรือขยายไฟล์ที่ไม่ใช่ Vector ตัวรูปจะเกิดเบลอและแตกเหมือนรูปที่ 3 แต่ถ้าคุณสร้างงาน Artwork ให้อยู่ในรูปแบบ Vector เช่นใช้โปรแกรม Adobe Illustrator รูปที่ได้จะสามารถนำไปใช้ได้ ไม่ว่าบนชิ้นงานขนาดเล็กเช่น นามบัตร จนไปถึงชิ้นงานขนาดใหญ่เช่น ป้ายโฆษณา โดยที่คุณภาพไม่เปลี่ยน (ตามรูปที่ 4)
รูปที่ 3 แสดงถึงโลโก้ที่เป็น Bitmap
รูปที่ 4 แสดงถึงโลโก้ที่เป็น Vector

จะรู้ได้อย่างไรว่า ไฟล์งาน Artwork ของฉันอยู่ในรูปแบบ Vector

อย่างแรกไฟล์ของคุณ ควรจะมีนามสกุลเป็น .ai, .eps, .FH หรือ .cdr และถ้าเราใช้โปรแกรม Adobe Illustrator เปิดและ select ที่รูป เราจะเป็นเส้นและจุดสีน้ำเงินเล็กๆขึ้นมามากมาย (ตามรูปที่ 5) แต่ถ้ารูปที่ทำขึ้นไม่ใช่ Vector เวลา select จะขึ้นแค่กรอบสีน้ำเงินเท่านั้น (ตามรูปที่ 6)
รูปที่ 5 รูปแบบ Vector เมื่อถูก Select

รูปที่ 6 รูปแบบ Bitmap เมื่อถูก Select  

"Convert Font to Outlines" หมายถึงอะไร และเกี่ยวข้องอย่างไรกับ Font

"Convert Font to Outlines" คือการแปลง Font ที่เราใช้กับตัวอักษร หรือข้อความในงาน Artwork ให้เป็นเหมือนรูปภาพ เพื่อทุกคนที่เปิดไฟล์ Artwork ของเรา จะได้เห็น ตัวอักษรหรือข้อความเหมือนกับที่เราออกแบบ เนื่องจากไฟล์ Artwork ของเราอาจจะมีการใช้ Font ที่ไม่ใช่ Font มาตรฐาน (ตามรูปที่ 7) และเมื่อเราส่งไฟล์ Artwork นั้นไปให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าพรีเมี่ยม ทางบริษัทอาจจะไม่สามารถเปิดไฟล์นั้น แล้วเห็น Font ตรงตามที่เราออกแบบได้ เนื่องจากทางบริษัทไม่มี Font ชนิดนั้นอยู่ ซึ่งในกรณีนี้โปรแกรม จะแทนที่ Font ของเราด้วย Font มาตรฐาน (ตามรูปที่ 8)

รูปที่ 7 ข้อความที่ใช้ Font พิเศษ ควรต้อง
Convert Outlines

รูปที่ 8 ในกรณีที่ไม่ได้ Convert Outlines
เมื่อเปิดดูข้อความจะถูกแทนที่ด้วย Font มาตรฐาน

จะแปลงไฟล์งาน Artwork ให้เป็นรูปแบบ Vector

การแปลงไฟล์งาน Artwork ต่างๆที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบ Bitmap เป็น Vector ต้องอาศัยผู้ชำนาญการทางด้านกราฟฟิคเท่านั้น และการเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ จาก .jpg หรือ .bmp เป็น .ai เองก็ไม่ได้ช่วยทำให้ไฟล์เปลี่ยนเป็น Vector ได้
ที่มา เว็บไซต์ ckpremium ดอทคอม